วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Kumpoo on Magazine

KUMPOO ได้ก่อตั้งในปี 2001 และได้ลงโฆษณาในหนังสือ Magazine ญี่ปุ่นมากมาย วันนี้นำมาให้ดูชมมกันไล่ตั้งแต่ ปัจจุบันถึงอดีตครับ



















Boonsak & Bernsak


















(เจอแมนครั้งแรกตอนทำร้านไม้แบดลูกแบด ยังสะพายกระเป๋าโยฯ อยู่เลย)

ผมได้ยินชื่อของแมน บุญศักดิ์ พลสนะ เต็มๆ ก็หนที่น้องเค้าได้ที่ 4 กลับมาจากโอลิมปิกที่เอเธนส์ในปี 2004 ตั้งแต่บัดนั้นผมก็สังเกตเห็นได้ว่าคนไทยหันมาเล่นแบดมินตันกันเยอะขึ้น




โดยเฉพาะในส่วนของเด็กและเยาวชน ซึ่งผู้ปกครองให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้ และได้ส่งบุตรหลานของตัวเองฝึกฝน บางท่านเล็งผลเลิศโดยในเด็กๆ เหล่านั้นฝึกฝนอย่างหนักเพื่อความหวังสู่บันไดทีมชาติเหมือนกับ "พี่แมน" ซุปเปอร์แมนของน้องๆ นั่นเอง

สำหรับตัวผมก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าบุญศักดิ์เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมมีความสนใจในวงการแบดมินตัน จากที่แต่ก่อน ผมเคยเป็นนักบาสฯ แข่งขันระดับกีฬามหาวิทยาลัย และระดับทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นคู่ซ้อมให้ทีมบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันผมได้หันมาเล่นแบดมินตัน เนื่องจากเป็นกีฬาที่หาเพื่อนเล่นได้ง่าย ไปตามก๊วนก็ได้หากเพื่อนไม่ไปตีด้วย เป็นกีฬาที่ใช้ทั้งสมองและพละกำลัง โดยที่ไม่มีการปะทะ หรือถูกเนื้อต้องตัว เล่นได้ทั้งเด็ก, คนแก่, หญิง, ชาย หรือแม้แต่ผู้พิการ และเหนือสิ่งอื่นใดคือได้แรงบันดาลใจจากการที่ดูแมนแข่ง แถมมีตีลูกลีลาไขว้หลังเป็นบางครั้ง

ในเดือนมกราคม 2009 ที่ผ่านมาผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของ KUMPOO ซึ่งตอนนั้นผมยังทำร้านไม้แบดลูกแบดอยู่ ทางญี่ปุ่นก็ได้สอบถามมาว่าผมคิดว่านักกีฬาไทยคนไหนที่มีความน่าสนใจที่คิดว่าทางบริษัทแม่น่าจะให้สปอนเซอร์ ในตอนนั้นผมก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ผมก็บอกเค้าไปว่า บุญศักดิ์ พลสนะ ผมบอกทางญี่ปุ่นว่านักกีฬาคนนี้แหละที่ทำให้เด็กไทยรักการเล่นแบดมินตันและมีความหวังที่จะเป็นซุปเปอร์แมนคนต่อไป หลังจากนั้นไม่นานเหมือนดวงชะตาพาไป ผมได้มีโอกาสเจอกับแมน และได้มีการพูดจาถึงแผนงานของทางบริษัท และแผนงานที่เราวางไว้สำหรับอนาคตของแมนด้วยเช่นกัน

หลังจากที่แมนได้พิจารณาข้อเสนอ ก็ตกลงเซ็นต์สัญญาเป็นนักกีฬาให้ KUMPOO ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2009 นี้เป็นต้นไป ดังภาพที่เราได้เห็นกันจากงานพิธีเปิดตัวของ Kumpoo Thailand ที่สยามพารากอนในวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ปฐมบทแห่ง Kumpoo


KUMPOO คำถามแรกที่หลายๆ คนถามผมคือ "มันอ่านว่าไงเหรอ" เพื่อนๆ และน้องๆ โดยมากจะชอบอ่านชื่อยี่ห้อนี้ว่า ก้ามปู เนื่องจากดูน่ารักดี ตัวผมเองเห็นตัวสะกดทีแรก ผมอ่านว่า "คัมปู" จึงเป็นเหตุให้ผมตั้งเป็นชื่อบริษัทในเวลาต่อมา ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากถามให้คนญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ออกเสียงให้ฟังหลายครั้ง ในที่สุดจึงรู้ว่า KUMPOO คนญี่ปุ่นเค้าอ่านว่า "คึมปู" นี่เอง อย่างไรก็ดีผมคิดว่าคงเป็นสิ่งที่อ่านและจำยากสำหรับคนไทยทั่วไป ดังนั้นหากใคร จะเรียกว่าก้ามปูบ้าง ผมก็มิได้ต่อว่าแต่ประการใด

สำหรับประวัติคร่าวๆ ของเจ้าแบรนด์แบดมินตันจากแดนปลาดิบแบรนด์นี้ ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร คงต้องกล่าวย้อนไปราว 8 ปี

ยี่ห้อ Kumpoo นี้กำเนิดมาจากสองสหายชาวญี่ปุ่นคือ Yuji Omori และ Mitsuru Sato โดยมีประวัติคร่าวๆ ดังนี้

ประวัติของ คัมปู

ด้วย ความฝันที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการแบดมินตัน คุณมิตซุรุ ซาโตะ และ คุณยูจิ โอโมริ ได้ริเริ่มความคิดที่จะก่อตั้งบริษัทในเดือน มิ.ย. 2000 (ภาพทางซ้ายมือ เป็นโลโก้ที่ใช้แต่ดั้งเดิม)

ชื่อ คัมปู KUMPOO นั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลเป็นอังกฤษได้ว่า MAY BREEZE ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางทะเล มีชายหาดมากมาย ในเดือน พฤษภาคม ทะเลจะมีไอสดชื่นและบรรยากาศช่วงนั้นจะเป็นบรรยากาศที่สบาย และสดใสเป็นที่สุด

ตั้งแต่ เดือน มี.ค. 2001 ทั้งสองได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อวิ่งหาเงินทุน (ภาพทางซ้ายมือเป็น โลโก้ปัจจุบัน รูปร่างยังเหมือนเดิม แต่สีเปลี่ยนเป็นสีแดง)
ใน เดือน พ.ค. 2001 ทั้งสองได้ไปประเทศจีนเพื่อเสาะแสวงหาโรงงานที่มีความสามารถในการผลิตสินค้า ให้ได้ คุณภาพสูงสุด และได้นำเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเข้าไปปลูกฝัง โดยตั้งแต่นั้นมา คุณซาโตะได้เป็นผู้ควบคุมโรงงานด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าทุกชิ้นได้คุณภาพดังที่ตั้งเป้าหมายไว้
ลูกแบดคัมปูในยุคแรกๆ
ใน เดือน มิ.ย. 2001 บริษัท Kumpoo จึงได้ก่อตั้งขึ้น โดย คุณซาโตะ เป็นผู้คุมการผลิตในประเทศจีน ขณะที่คุณโอโมริ เป็นฝ่ายหา เงินทุนในประเทศญี่ปุ่น
เดือน ก.ย. 2001 บริษัท ใช้บ้านสองชั้นของคุณซาโตะเป็นสำนักงาน และเริ่มจากการขายสินค้าทางโทรศัพท์ ในขณะนั้น พนักงานที่ญี่ปุ่นมีเพียงแค่ 4 คน (รวมคุณโอโมริด้วย) ในขณะที่คุณซาโตะยังตะลุยที่ประเทศจีนต่อไป

เดือน ก.ค. 2002 ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากสำนักงานพื้นที่ 6.6 ตร.ม. กลายเป็น 66 ตร.ม. ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

เดือน ต.ค. 2002 คัมปูได้ผลิตไม้ซ้อม TRERAKE (Training Racket) เป็นเจ้าแรกของโลก

เดือน พ.ย. 2002 จากที่มีแต่ไม้แบด, ลูกแบด, รองเท้าแบด คัมปูได้ขยายไลน์การผลิต โดยมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแบดมินตันทุกชนิด
เดือน ก.พ. 2004 ทางคัมปู จัดทริปให้พนักงานไปเที่ยวเมืองจีน เพื่อฉลองความสำเร็จ
เดือน มี.ค. 2004 คัมปูได้ผลิตไม้แบด NANO ออกจำหน่ายเป็นเจ้าแรกของโลก หลังจากนั้นได้มียี่ห้อต่างๆ มากมายผลิตไม้ Nano ออกจำหน่ายหลังจากที่ได้เห็นความสำเร็จของไม้ Nano ของคัมปู
เดือน ก.พ. 2005 คัมปูผลิตลูกแบด (ขนห่าน) สีดำออกมาเป็นเจ้าแรกของโลก และภายในเดือนนี้เองจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น มากทำให้ทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 3,100 ล้านเยน
เดือน เม.ย. 2005 จำนวนพนักงานของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 35 คน จาก 4 คนตอนเริ่มแรก

เดือน เม.ย. 2007 คัมปูได้ออกสู่ตลาดสากล โดยเริ่มที่ประเทศจีนเป็นที่แรก

เดือน ม.ค. 2009 คัมปูได้ขยายตลาดมาในประเทศไทย โดยมี บริษัท คัมปู (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนเพียงผู้เดียว